1ข้าแต่พระเจ้า เหตุใดจึงทอดทิ้งข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นนิตย์ เหตุใดความโกรธของพระองค์จึงคุกรุ่นขึ้นต่อแกะในทุ่งหญ้าของพระองค์
2ขอระลึกถึงชนชาติที่ซื้อมาตั้งแต่เก่าก่อน ประชาชนที่ไถ่ไว้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ ภูเขาศิโยนที่พำนักของพระองค์
3ขอหันย่างเท้ามายังซากปรักหักพังตลอดกาล ความย่อยยับทั้งหลายซึ่งศัตรูนำมาสู่สถานนมัสการ
4บรรดาคู่อริของพระองค์โห่ร้องในบ้านของพระองค์ พวกเขาตั้งธงรบของตนขึ้นเป็นหมายสำคัญ
5พวกเขาทำตัวเหมือนคนตัดไม้ เงื้อขวานโค่นป่า
6พวกเขาจามไม้ที่แกะสลักทั้งสิ้น พังลงด้วยขวานด้ามใหญ่น้อย
7พวกเขาเผาสถานนมัสการของพระองค์วอดวาย พวกเขาย่ำยีที่สถาปนานามของพระองค์
8พวกเขาคิดในใจว่า “เราจะขยี้ให้แหลกลาญ!” พวกเขาเผาผลาญที่นมัสการพระเจ้าทุกแห่งในแผ่นดิน
9เราไม่ได้รับหมายสำคัญใดจากพระเจ้าเลย ไม่มีผู้เผยพระวจนะเหลืออยู่สักคนเดียว ไม่มีใครในพวกเรารู้ว่า จะเป็นเช่นนี้ไปนานสักเท่าใด
10พระเจ้า ศัตรูจะเย้ยหยันพระองค์ไปนานเท่าใด ข้าศึกจะจาบจ้วงนามของพระองค์ตลอดไปหรือ
11เหตุใดจึงยั้งมือขวาของพระองค์ไว้ ขอยื่นมือขวาของพระองค์ออกมา และทำลายพวกเขา!
12แต่พระเจ้าเป็นกษัตริย์ของข้าพเจ้านานมาแล้ว พระองค์นำความรอดมาบนแผ่นดินโลก
13พระองค์นี่แหละคือผู้ที่แยกทะเลด้วยฤทธิ์เดชของพระองค์ พระองค์ทำให้หัวของสัตว์ร้ายแห่งห้วงทะเลแหลกลาญ
14พระองค์นี่แหละคือผู้ที่ขยี้หัวทั้งหลายของเลวีอาธาน และโยนให้เป็นอาหารของสัตว์ในถิ่นทุรกันดาร
15พระองค์นี่แหละคือผู้ที่เปิดบ่อน้ำพุและลำธาร ให้แม่น้ำที่ไหลอยู่เสมอนั้นแห้งขอด
16วันและคืนล้วนเป็นของพระองค์ พระองค์ตั้งดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
17พระองค์คือผู้ที่กำหนดพรมแดนของโลก พระองค์สร้างทั้งฤดูร้อนและฤดูหนาว
18พระยาห์เวห์ขอระลึกว่าศัตรูเย้ยหยันพระองค์อย่างไร ชนชาติโง่เขลาหมิ่นนามของพระองค์อย่างไร
19ขออย่ายื่นชีวิตนกพิราบของพระองค์แก่สัตว์ป่า ขออย่าลืมคนทุกข์ยากของพระองค์ตลอดไป
20โปรดระลึกถึงสัญญาของพระองค์ เพราะความรุนแรงแฝงอยู่ทั่วทุกมุมมืดของแผ่นดิน
21ขออย่าให้คนถูกข่มเหงต้องจมอยู่ในความอัปยศ ขอให้คนยากไร้และขัดสนสรรเสริญนามของพระองค์
22ข้าแต่พระเจ้า ขอลุกขึ้น และแก้คดีของพระองค์ ขอระลึกว่าคนโง่เย้ยหยันพระองค์วันยังค่ำ
23ขออย่าเพิกเฉยต่อเสียงโห่ร้องของศัตรูของพระองค์ และเสียงอึกทึกของศัตรูที่ดังขึ้นเรื่อยๆ